ไทสัน หมดเงินหมื่นล้านใน 20 ปี

ไทสัน หมดเงินหมื่นล้านใน 20 ปี นับตั้งแต่ปลายยุค ’80s-’90s ไทสัน ใช้พลังหมัดโกยเงินเข้ากระเป๋าได้มากถึง 400 ล้านดอลลาร์ นั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรนัก เพราะมันมีสิ่งที่เหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ เขาสามารถใช้เงินจำนวนนั้นให้หมดได้ภายใน 20 ปี โดยเงินทั้งหมดไม่ได้ถูกแบ่งไปลงทุนอะไร มีแต่เอาไปใช้ในการหาความสุขล้วนๆ

อย่างไรก็ตามปีศาจร้ายที่ซ่อนอยู่ในตัว ทำให้เขาเลือกใช้ทุกสิ่งที่หามาได้จากการชกมวยละลายออกไปแบบไม่ใช้สมองคิด จนที่สุดแล้วช่วงเวลาแค่ 20 ปี ไมค์ ไทสัน สามารถกลายเป็นบุคคลล้มละลายได้ 

นิสัยเดิมของ ไทสัน นั้นเป็นพวกเอาแต่ใจและเป็นพวกมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก สิ่งที่เขาคิดอยู่ทุกวันคือไม่ว่าจะตัวเองจะเลือกทำสิ่งใดก็ตาม ความคิดเขาถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดและไม่มีใครสามารถแย้งเขาได้เลย เรียกได้ว่า “ชื่อเสียง” เปลี่ยนคนบ้านๆ ให้เป็นคนดัง, “เงินทอง” เปลี่ยนคนที่ไม่เคยมีได้ใช้เงินอย่างมือเติบ และ “เกียรติยศ” เปลี่ยนให้อดีตกุ๊ยข้างถนนวางมาดยโสโอหังใส่ทุกคนโดยปราศจากการให้เกียรติใครก็ตาม

สิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ทุกคนคือ คุณจะมีรายได้เท่าไหร่มันไม่ใช่ประเด็น แต่รายจ่ายของคุณต่างหากที่จะสามารถระบุได้ชัดเจนว่าคุณอยู่ในบุคคลประเภทไหน อย่าง ไทสัน อาจจะมีเงินมากกว่านักชกที่เขากล่าวไว้ข้างต้น รายรับของเขามหาศาล ทว่าเขาก็เขลาเกินกว่าจะมาพิจารณาสิ่งที่ตนเองจ่ายไป ซึ่งสิ่งนี้เองที่เป็นหายนะคอยมาเคาะประตูบ้านของเขาในอีกไม่กี่อึดใจ เพราะทุกอย่างที่ใครมองว่าไร้สาระที่จะจ่าย แต่สำหรับไทสัน ไม่มีคำว่า “ไม่” มีแต่คำว่า “ผมต้องจ่ายกี่บาทสำหรับสิ่งนี้?” เท่านั้น

ส่วนอื่นๆ ยังมีการใช้เงินซื้อความสบายและแสดงความเป็นสายเปย์ให้กับสาวๆ อีกหลายเรื่องทั้ง อ่างอาบน้ำที่แพงแบบไม่น่าเชื่อ โดยมีราคาถึง 2 ล้านดอลลาร์ (ซึ่งหากได้รู้ถึงวัสดุที่ใช้ทำก็อาจไม่แปลกใจนัก เพราะทำจากทองคำ 24 กะรัต) ในตอนนั้น ไทสัน ซื้อมาเพื่อเป็นเซอร์ไพรส์ให้กับภรรยาคนแรกของเขา โรบิน กิฟเวนส์ ซึ่งน่าเศร้าที่ความรักของทั้งคู่จบลงและเลิกรากันไปในปี 1989 นอกจากนี้ยังหว่านเงินมูลค่า 100,000 ดอลลาร์ สำหรับการจัดสวนในบ้านถึง 3 หลัง

การใช้เงินของ ไทสัน แบบที่กล่าวมาอาจจะแสดงให้เห็นถึงความฟุ่มเฟือยของเขา ทว่าสำหรับคนที่หาเงินได้เฉลี่ยนปีละ 30-40 ล้านดอลลาร์ ก็ดูเป็นอะไรที่ไม่ได้เกินตัวแต่อย่างใด ไทสัน ถือคติว่าเงินหามาแล้วต้องใช้นั่นจึงทำให้เขาใช้มันอย่างเต็มที่ จนลืมคิดว่าการใช้เงินนั้นมีหลายวิธี ไม่ใช่แค่ใช้เพื่อซื้อความสุขแบบเดียวแบบที่เขาทำ แต่ต้องใช้เพื่อจ่ายในสิ่งที่ต้องจ่ายด้วย

หลังจากการล้มละลายในปี 2003 และ ไทสัน รู้ว่าเงินไม่ได้หาง่ายเหมือนเดิมเขาจึงรู้ว่าตัวเขานั้นช่างไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน เขาแทบไม่เหลือเงินเลยจากที่เคยมี 400-700 ล้านดอลลาร์ (หลายแหล่งข่าวระบุไม่ตรงกัน) ในกระเป๋า และมันทำให้เขาคิดได้ว่าเขาควรจะต้องวางแผนการใช้เงินใหม่ โดยหาคนเข้ามาจัดการเรื่องต่างๆ ที่เขาไม่ถนัด เพื่อให้ห่างไกลจากการโดนฟ้องร้องและปัญหาเรื่องการค้างชำระอะไรต่างๆ มากมายโดยที่ไม่รู้ตัว

ไทสัน เล่าว่าเขาเอาคำของ บรูซ ลี มาใช้ นั่นคือประโยคที่ว่า “จงทิ้งอดีตไว้ในอดีต” เขาพบว่าการมุ่งมั่นกับปัจจุบันและอนาคตคือวิธีเดียวที่จะทำให้ชีวิตเขาก้าวไปข้างหน้าได้ อย่างไรก็ตามมีเพียงหนึ่งสิ่งที่เขาพกมาจากอดีตด้วย นั่นคือความมั่นใจ เพราะมันคือสิ่งเดียวที่เขาคิดว่าดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมี